เปตอง มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสว่า Pétanque “บิเยส์ ตองแกร์” ซึ่งมีความหมายว่า “ให้ยืนสองเท้าชิดติดกัน” หรือ “Boule” ซึ่งแปลว่าลูกวัตถุทรงกลม แต่คนไทยนิยมเรียก ลูกเปตอง มากกว่า กีฬาชนิดนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศกรีซ โดยมีคนนำก้อนหินลูกกลมๆ จากภูเขาและใต้ทะเลมาโยนเล่นกัน ชาวโรมันได้ใช้กีฬาประเภทนี้เป็นเครื่องมือทดสอบความแข็งแรง พละกำลังของผู้ชาย เมื่ออาณาจักรโรมันเข้ายึดครองฝรั่งเศส พวกเขาก็ได้นำเอาการเล่นลูกบูลนี้ เข้าไปเผยแพร่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส และได้พัฒนาขึ้นโดยเปลี่ยนมาใช้ไม้เนื้อแข็งถักเป็นรูปทรงกลม แล้วใช้ตะปูตอกบริเวณรอบๆ เพื่อเพิ่มน้ำหนักของลูก
ในยุคกลางประมาณ ค.ศ. 400 – 1000 การเล่นลูกบูลนี้ จึงเป็นที่นิยมกันแพร่หลายในประเทศฝรั่งเศส ครั้นพอสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 พระองค์ได้ทรงประกาศสงวนสิทธิ์กีฬาการเล่นลูกบูลนี้ ไว้สำหรับผู้สูงเกียรติ และอนุญาตให้เล่นได้เฉพาะพระราชสำนักเท่านั้น
ต่อมาในสมัยพระเจ้านโปเลียนมหาราช ทรงขึ้นครองอำนาจ พระองค์ก็ได้ทรงออกประกาศฉบับใหม่ ให้การเล่นลูกบูลนี้เป็นกีฬาประจำชาติของฝรั่งเศส และเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป สามารถเล่นกันได้อย่างเสมอภาค ตั้งแต่นั้นมา การเล่นลูกบูลนี้จึงได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ เช่น การนำเอาลูกปืนใหญ่ที่ใช้แล้ว มาเล่นกันบ้างอย่างสนุกสนาน จนมีการตั้งชื่อเกมกีฬาประเภทนี้ขึ้นมาเล่นอย่างมากมาย เช่น บูลเบร-รอตรอง, บูลลิโยเน่ส์, บูลเจอร์ เดอร์ลอง และบลู-โปรวังซาล เป็นต้น
จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 นายจูลร์-เลอนัวร์ ซึ่งเป็นผู้มีฝีมือในการเล่นกีฬาลูกบูล-โปรวังซาล ถึงขนาดเป็นแชมป์โปรวังซาลในยุคนั้นด้วย ก็ได้ดัดแปลงแก้ไขกฎกติกาการเล่นขึ้นใหม่ จนในปี ค.ศ.1938 ได้มีการก่อตั้ง “สหพันธ์ เปตองและโปรวังซาล“ จำนวนสมาชิกก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และลูกบูลที่ใช้เล่น ก็ทำจากลูกโลหะผสมเหล็กกล้า ข้างในกลวง การเล่นจึงมีความสนุกมากขึ้นกว่าเดิม ในปี ค.ศ.1959 ได้มีการจัดการแข่งขันกีฬาเปตองโลกครั้งแรก ที่เมืองสปา ประเทศเบลเยียม โดยนักกีฬาจากฝรั่งเศสเป็นผู้คว้าแชมป์คนแรก

